บทความพระพุทธศาสนา

ไม่มีพระเครื่องหรือเครื่องรางใด ๆ ก็อธิษฐานได้ หากใจคุณเป็นกุศล

22 พฤศจิกายน 2019 | ธรรมะคุ้มครอง
อธิษฐาน

มีเพื่อนคนหนึ่งเขาเล่าให้ผมฟังว่า เขาได้ทราบข่าวว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่วัดแห่งหนึ่งหากใครได้เดินทางไปขออะไรแล้วมักจะได้ตามสมประสงค์ ในแต่ละวันจึงมีคนเดินทางมาขอบนบานขอพรมากมาย มีทั้งหน้าใหม่มาขอพรและหน้าเก่ามาแก้ในสิ่งที่ตนได้บนไว้

เขาจึงได้ค้นหาข้อมูลใน google แล้วเจอภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เขาจึงเปิดมือถือค้างไว้ บนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ปรากฏว่าเขาได้ตามที่ปรารถนาไว้ ผมไม่ได้ถามต่อว่าเขาขออะไรหรือบนอะไรไว้ แต่หลังจากนั้นเขาได้เดินทางไปสถานที่จริง แสดงว่าเขาบนในสิ่งที่ต้องทำกับสถานที่จริง อาจจะทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดนั้นก็ได้นะครับ

ผมจึงเชื่อว่าหากเราไม่มีพระเครื่อง เครื่องราง หรือไม่ได้อยู่ต่อหน้ารูปเคารพ ไม่ได้อยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น ๆ เราก็สามารถที่จะอธิษฐานขอพรได้ สามารถที่จะทำการบนขอพรได้เช่นกัน แต่เกี่ยวกับการบนนี้ ผมพยายามหลีกเลี่ยงที่สุด หรือถ้าบนก็ต้องบนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น บนว่าหากประสบความสำเร็จจะไปทำความสะอาดที่ตรงนั้น หรือทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทานกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ จะไม่บนในสิ่งที่สร้างความลำบากให้คนอื่น ๆ เช่น นำกระดาษไปเผา จุดประทัด มันเป็นบ่อเกิดแห่งมลภาวะ เป็นขยะต่อสถานที่ ส่งเสียงรบกวนคนอื่นเปล่า ๆ หรือนำของคาวไปวาง ๆ ให้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนอื่นเปล่า ๆ

ถวายธูปเทียน

วิธีบนบานอธิษฐานขอพรออนไลน์

วิธีการนี้ เป็นวิธีการของผมเอง ไม่ได้อ้างว่าพระพุทธเจ้าสอนไว้ ไม่ได้อ้างว่านี่คือคำสอนในทางพระพุทธศาสนา แต่จะไม่พาท่านผู้อ่านหรือคนทำตามออกนอกลู่นอกทางมากจนเกินไป อนึ่ง เรื่องนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลครับ ผมไม่สามารถที่ยืนยันหรือรับรองว่าทำตามแล้วจะได้ผลทุกคนหรือทุกครั้งไป

  1. เปิดรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราต้องการบนอธิษฐานขอพร
  2. ตั้ง นะโม 3 จบ เพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นการสร้างความตั้งมั่นแห่งจิตของเราในเบื้องต้น เป็นการกล่าวเพื่อไม่ให้เราหลุดจากพระรัตนตรัย (การขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นการขอความช่วยเหลือในฐานะเป็นเพื่อนร่วมโลก ที่ยังวนเวียนอยู่ เหมือนเราขอความช่วยเหลือจากญาติผู้ใหญ่หรือคนอื่น ๆ ที่เราคิดว่าเขามีกำลังช่วยเราได้ แต่ใจเราก็ยังยึดมั่นในพระรัตนตรัยอยู่เหมือนเดิม)
  3. ระลึกถึงความสัมพันธ์ของเราต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เราอาจจะเคยมีความสัมพันธ์ต่อกัน อาจจะเคยเป็นญาติกันมาก่อน เคยเกิดเป็นมิตรสหาย พ่อแม่ ลูกกันมาก่อน ในสังสารวัฏอันยาวนานนี้ต้องมีชาติใดชาติหนึ่งบ้างล่ะ (เราระลึกถึง แน่นอนว่านึกไม่ออกแน่ แต่เป็นการสร้างมิตรไมตรีต่อกัน)
  4. ระลึกถึงคุณความดีของเราที่ทำมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่ว่า จะเป็นความเมตตา ให้ทาน ช่วยเหลือคนอื่น ทำบุญตักบาตร ช่วยกฐินผ้าป่า ช่วยงานพ่อแม่ กราบไหว้พ่อแม่ ดูแลผู้มีพระคุณเป็นบุญทั้งนั้น
  5. เราทำการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลที่เราเคยได้ทำมาให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ๆ ให้เขาได้รับทราบแล้วอนุโมทนาบุญด้วย
  6. ทำการขอในสิ่งที่ต้องการ แต่ควรขอในสิ่งที่ตนเองอยู่ในเส้นทางของตนด้วย เช่น ค้าขายก็ขอให้ขายดีดีมากกว่าเดิม หากสอบอยู่ก็ขอให้สอบได้ แต่ก็ต้องดูหนังสือไปสอบด้วย จึงจะเรียกว่าอยู่ในเส้นทาง ขอให้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งก็ว่าไป
  7. หากจำเป็นต้องบนไว้ ให้บนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหรือสังคม เน้นบนในบุญหรือในเส้นทางแห่งบุญ เป็นต้นว่า บนว่าหากประสบความสำเร็จ จะทำบุญถวายสังฆทานอุทิศบุญให้ จะทำบุญตักบาตรอุทิศบุญให้ หรือจะทำการเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า ช่วยเหลือคนยากจน เพราะยังไงสิ่งนั้นก็เป็นบุญ ไม่มีใครเกลียดบุญหรอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกลียดบุญ ไม่ควรบนในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ เช่น สุรา ยาเมา หรือสิ่งที่มอมเมาสังคมเยาวชน อย่างนำโคโยตี้มาเต้นยั่วยุ