บทความพระพุทธศาสนา

ใช้เครื่องรางให้ได้ผล ต้องทำตนให้กลมกลืนกับเครื่องราง

11 ตุลาคม 2019 | Slide Shows, เครื่องราง
เครื่องราง ความรัก
เครื่องราง ความรัก

หลายคนบ่นมาว่าใช้เครื่องรางแล้วไม่ได้ผล ผมเองก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับเครื่องรางทุกชนิดนะครับ มีได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง บางครั้งมันได้ผลก็เหมือนกับว่าบังเอิญก็มี 555 แต่ก็อย่างว่าแล้วถ้าเชื่อแล้วใช้ คุณก็ต้องยกเครดิตให้เครื่องรางหน่อย งั้นก็ไม่ต้องเชื่อไม่ต้องใช้ แต่ใช้แล้วก็ต้องเชื่อ บทความนี้อาจจะกำลังพาท่านเข้าไปหลับใหลในป่าในดงของขลังไสยศาสตร์ ฉะนั้นไม่เหมาะกับผู้หวังพระนิพพาน และผมก็ไม่ได้พูดถึงหนทางพระนิพพานด้วยสิ ฉะนั้น อย่ามาดราม่าว่าคำสอนพระพุทธศาสนาหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่ามีประโยชน์แต่ ผลของมันอาจจะอยู่ในหลักธรรมคำสอนก็ได้น๊าา สำหรับบทความนี้เน้นพูดถึงการทำตนให้สอดคล้องหรือสัมพันธ์กับเครื่องรางเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้วใช้เครื่องรางได้ผลหรือไม่ได้ผลมันมีองค์ประกอบอย่างอื่นอีก แต่ที่จะกล่าวมานี้ ผมว่าสำคัญมากครับ

การที่คนเราอยากให้สิ่งไหนเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เราก็ต้องทำตัวให้สอดคล้องกับสิ่งนั้น อยากให้คนอื่นด่าเรา เราก็ไปด่าเขาสิ รับรองเขาด่าเราแน่ อยากให้คนอื่นชมเรา เราก็ควรชมคนอื่นบ้าง ให้เกียรติคนอื่นบ้าง ผลของมันก็จะตามมา อยากถูกหวยก็ต้องซื้อหวย (ผมไม่ได้บอกว่าอยากรวยให้ซื้อหวยนะ) แต่ถ้าคุณไม่เคยซื้อคุณจะถูกได้อย่างไร นี่คือการทำตัวไม่สัมพันธ์กันไม่สอดคล้องกลมกลืนกัน

ใช้เครื่องรางไม่ได้ผล เพราะทำตนไม่สัมพันธ์และกลมกลืนกับเครื่องราง

การใช้เครื่องรางก็เหมือนกัน คุณต้องทำตนให้สัมพันธ์และกลมกลืนกับเครื่องรางที่คุณใช้อยู่ครับ การทำตนสัมพันธ์กับเครื่องรางนั้นมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย เบื้องต้นครูบาอาจารย์จึงมีวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนผู้ใช้สัมพันธ์กับเครื่องรางนั้น ๆ เป็นต้นว่า

  1. ขันครู ขันห้าบูชาครู
    การที่ครูบาอาจารย์ให้แต่งขันห้า แต่งดอกไม้บูชาค่าครู เป็นการให้คุณมีความเชื่อความสัมพันธ์กับสิ่งที่คุณเรียนหรือสิ่งที่คุณจะทำสิ่งที่คุณจะนำเข้ามาในชีวิตคุณ ไม่ใช่อยากจะเรียนคาถาก็ท่อง ๆ โดยไม่มีขันครูบูชาผู้เป็นเจ้าของคาถาเลย
  2. คาถา
    คาถาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเครื่องรางนั้น ๆ ถ้าคุณไม่มีสิ่งเชื่อมสัมพันธ์กับเครื่องราง ก็เป็นไปได้ที่เครื่องรางที่จะอยู่กลาง ๆ ไม่รู้จะช่วยใคร คาถาในที่นี้ รวมถึงคำกล่าวที่เป็นภาษาของตน หรือความนึกคิดอธิษฐานที่อยู่ในใจด้วยนะครับ เช่น ได้เครื่องรางมา แล้วอธิษฐานในใจว่า ขอให้คนรักคนชม นี่ก็จัดเข้าในหมวดคาถานี้เหมือนกัน คาถาไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาบาลี คาถาไม่จำเป็นต้องเขียนด้วยอักษรขอม ไม่มีใครไปให้พลังอำนาจแก่ภาษาขอมหลอกครับว่าต้องศักดิ์สิทธิ์ ที่เขาเขียนเป็นอักษรเพราะเป็นอักษรแรก ๆ ที่ใช้กับแถบนี้ ถ้าอักษรไทยใช้ก่อนอักษรอื่น ๆ โบราณาจารย์ก็คงต้องบันทึกคาถาต่าง ๆ เป็นอักษรไทย ส่วนที่มีคาถาเป็นภาษาบาลี อาจจะเป็นเพราะเครื่องรางบางชนิดอาศัยพุทธคุณ จึงต้องใช้ภาษาเดิม อีกอย่างการใช้ภาษาบาลีแล้วทำให้ผู้ท่องรู้สึกว่าขลังขึ้นนั่นเป็นการเพิ่มศรัทธา (หรืออุปาทานก็ว่า) แก่ผู้ใช้ โบราณจึงบอกว่า คาถาถ้าจะให้ขลังไม่ต้องแปล

ที่นี้มาพูดถึงการทำตนให้กลมกลืนกับเครื่องราง ทำตนให้กลืมกลืน คือการทำตนให้สอดคล้อง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเครื่องราง อยู่ในเส้นทางเดียวกับเครื่องรางนั้น ๆ เป็นต้นว่า

  1. วิธีใช้เครื่องรางสายเมตตา มหานิยม
    การใช้เครื่องรางสายเมตตานั้น หมายความเมตตา ความนิยมชมชอบจากบุคคลอื่น คุณก็ต้องทำตนให้กลมกลืนกับเครื่องรางนี้ด้วย คุณก็ต้องมีใจรักใจเมตตาต่อคนอื่น ยิ้มเก่ง คุยเก่ง อัธยาศัยดี ให้อภัยแก่คนอื่น มีความรักปรารถนาดีให้แก่ผู้อื่น ไม่ใช่ตื่นเช้ามาหน้าบึ้ง แม่แต่ตนเองก็ไม่ชอบหน้าตนเอง แล้วใครจะมารักมาเมตตาคุณ นี่เป็นการยกตัวอย่างนะครับ เป็นการทำแบบพื้น ๆ ที่ได้ผลดี เครื่องรางก็จะสนับสนุนคุณ ส่งเสริมคุณไปด้วย
  2. วิธีใช้เครื่องรางสายเสน่ห์
    เครื่องรางสายเสน่ห์ในที่นี้ หมายถึงต้องการเป็นเสน่ห์เจาะจงให้คนนั้นคนนี้รักเรา คนหนุ่มก็อยากให้สาวคนนี้รัก หรือสาวคนนี้ก็อยากให้หนุ่มคนนั้นรัก เพื่อเป็นคู่ครองหรือสนองความต้องการของตนเองก็ดี ทีเด็ดเราต้องทำตนให้อยู่เส้นทางแห่งความรักนั้น เช่นว่า หากเราได้เครื่องรางเสน่ห์มาใช้แล้ว เราก็ต้องพยายามติดต่อเค้า ให้เค้าเห็นหน้าบ่อย ๆ พูดคุยบ่อย ๆ ส่งเข้าความ ส่งไลน์ โทรหาเค้าบ้าง เมื่อพบเจอกันแล้วก็ยิ้มทักทายแสดงให้เค้ารู้ว่าเรารักเราห่วงเค้า ให้ความช่วยเหลือเค้า ให้สิ่งของแก่เค้าบ้าง แล้วเครื่องรางถึงจะช่วยคุณให้สมหวังดังใจหมาย แต่หากคุณได้เครื่องรางสายเหน่ห์แล้ว แต่นอนอยู่บ้าน ไม่ทำอะไร ไม่ติดต่อพูดคุย ไม่ไปให้เค้าเห็นหน้าตา ผมว่าชาติบ่าย ๆ ก็ไม่สมหวัง
  3. วิธีใช้เครื่องรางสายค้าขาย สายทำมาหากิน
    เครื่องรางสายนี้ก็ถามหากันเยอะ แต่ก็ลองจากสายแรกคือสายเมตตา แต่จริง ๆ แล้วเครื่องรางสายเมตตานี่ครอบจักรวาล แล้วผมจะไว้เขียนในบทความต่อไปว่าสายเมตตาครอบจักรวาลอย่างไร ถ้าเขียนตรงนี้ ต่อไปเดี๋ยวผมจะไม่มีอะไรจะเขียนอีก การใช้เครื่องรางสายทำมาหากิน สายค้าขาย คุณต้องทำตนให้สอดคล้องกับเครื่องรางที่ใช้และอยากให้เป็น เช่น คุณค้าขาย คุณต้องมีอัธยาศัยดี คุยเก่ง ยิ้มเก่ง มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า มีวินัยในตนเอง มีความอดทน มีความขยัน ให้มันธรรมชาติของคุณ แล้วเครื่องรางจะช่วยคุณเอง
  4. วิธีใช้เครื่องรางสายเหนียว
    สายเหนียวนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณไปลองใช้ หรือไปลองยิงดูนะครับ สายนี้ต้องมีความเข้มแข็ง ใจกล้า กล้าได้กล้าเสีย อย่างทหารหลายคนมีประสบการณ์ในสายนี้ เพราะใจเขากล้าหาญ เข้มแข็ง มีความหนักแน่นในอุดมการณ์ที่ทำอยู่
ถวายธูปเทียน
จุดธูปเทียน บูชาครู

นี่เป็นตัวอย่างของการทำตนให้สัมพันธ์กับเครื่องรางและให้สอดคล้องกลมกลืนกับเครื่องรางที่เราใช้ อาจารย์ผมยกตัวอย่างว่า เหมือนคนมีมีดพร้าเดินเข้าไปในสนามรบใจคุณก็ต้องกล้าแข็งพร้อมที่จะฝ่าฟัน แต่ถ้ายิ่งได้ปืนยิ่งกล้าแข็งมากยิ่งขึ้น ทำใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอาวุธที่คุณมีอยู่ การใช้เครื่องรางก็เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามผู้รู้กล่าวว่า คนต้องนำเครื่องราง เครื่องรางถึงจะตามไปช่วยทีหลัง และบางท่านบอกว่าตนเองสำคัญที่สุด เครื่องรางนั้นช่วยได้แค่ 5-10 % แต่ถ้าท่านทำตามที่ผมแนะนำไว้ แม้เครื่องรางไม่ช่วยเลย แต่ผมเชื่อว่าไม่ขาดทุน แต่ถ้าขาดทุนขึ้นมา อย่าว่าผมนะครับ ^_^

สวัสดียามเช้า พระคุ้มครอง