บทความพระพุทธศาสนา

ตำนานพระรอด ยอดเพชรน้ำเอกแห่งเมืองหริภุญชัย

17 ตุลาคม 2020 | Slide Shows, พระเครื่อง

พระรอด กรุวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน เป็นหนึ่งในพระผงชุดเบญจภาคีที่มีอายุการสร้างที่ยาวนานนับพันปี จึงมีตำนานการสร้างหลายฉบับด้วยกัน ทางเว็บไซต์วัดมหาวัน ได้ให้ข้อมูลไว้ 3 ฉบับ เกี่ยวกับตำนานพระรอดดังนี้

ตำนานพระรอด ยอดเพชรน้ำเอกแห่งเมืองหริภุญชัย

ตำนานพระรอด ฉบับที่ 1

เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 1200 เศษ พระนางจามเทวีได้รับราชาภิเษกให้เป็นเจ้าผู้ครองนครลำพูน ฤาษีผู้มีนามว่าวาสุเทพและสุกกทันต ได้ปรารภกันว่าเมืองหริภุชัยนี้มีสตรีเป็นเจ้าผู้ครองนคร หากเกิดศึกสงครามขึ้นมายากที่จะสู้รบกับฝ่ายตรงข้ามได้ จากนั้นปรึกษากันที่จะหาเครื่องช่วยป้องกันนรักษาไว้ จึงได้พากันผูกอาถรรพ์ไว้ตรงใจกลางเมือง แล้วสร้างพระเครื่อง เครื่องรางพิมพ์ต่าง ๆ ขึ้น วัตถุมวลสารที่ใช้ในการสร้าง มีว่านพันหนึ่ง เกสรดอกไม้พันหนึ่ง และดินเหนียวศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนำมาจากทิศทั้งสี่ นำมาผสมสร้างเป็นพระพุทธรูป พระพิมพ์ต่าง ๆ ท่านวาสุเทพฤาษีได้สร้างพระคงปลุกเสกด้วยพระเวทอันขลังและศักดิ์สิทธิ์แล้วนำไปบรรจุไว้ทางทิศเหนือแห่งเมืองหริภุญชัย คือที่ตั้งของวัดพระคงปัจจุบันนี้ ส่วนท่านสุกกทันตฤาษีได้สร้างพระรอดปลุกเสกด้วยพระเวทอันขลังและศักดิ์สิทธิ์แล้ว จึงนำไปบรรจุไว้ภายในเจดีย์เบื้องปัจฉิมทิศแห่งนครหริภุญชัย คือที่ตั้งวัดมหาวันวนารามในปัจจุบันนี้

ตำนานพระรอด ฉบับที่ 2

ได้มีพระฤาษี 11 ตน ได้มาประชุมกันทำพระเครื่องไว้ 8 เมืองสำคัญ ได้แก่ สวรรคโลก พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ลำพูน พิชัย และกำแพงเพชร ครั้งนั้นพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชได้ทำพิธีอัญเชิญเทพยดามาประชุมกัน ทรงให้ฤาษีและเทพยดาทั้งหลายไปนำเอาว่านพันหนึ่ง เกสรดอไม้พันหนึ่ง ยาพันหนึ่ง นำสิ่งทั้งหมดมารวมกัน ทำการบดและปั้นเป็นพระพิมพ์ต่าง ๆ ส่งไปประจำทั้ง 8 พระนคร

ตำนานพระรอด ฉบับที่ 3

ครั้งนั้น เมืองพิษณุโลก เมืองสุโขทัย เมืองกำแพงเพชร เมืองพิชัย เมืองพิจิตร มีฤาษี 101 ตน ฤาษีทั้งหมดเหล่านี้ได้มาประชุมปรึกษาหารือกันว่า เราจะถวายอะไรดีแก่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช มีฤาษี 4 ตนกล่าวว่าเราควรทำด้วยฤทธิ์ประดิษฐานเงินทองไว้ จึงทำเป็นเมฆพรรษไว้จะได้มาอานุภาพแก่มนุษย์ทั้งหลายไปตลอด 5,000 ปี เหล่าฤาษีทั้งหลายจึงไปหาว่านมาให้ได้พันหนึ่ง พร้อมด้วยเกสรดอกไม้พันหนึ่ง เมื่อได้สิ่งของครบแล้วฤาษีทั้งหลายจึงได้ป่าวประกาศต่อเทพยดาขอให้มาช่วยบดยาทำเป็นพระพิมพ์ไว้ ซึ่งมีสีแดง สีดำ และเมฆพรรษ จากนั้นได้พระพิมพ์เหล่านั้นมาประดิษฐานไว้ในองค์เจดีย์แห่งเมืองลำพูน ก็คือเจดีย์ที่วัดมหาวันนั่นเอง

ตำนานเกี่ยวกับพระรอดนั้น จะตำนานไหนก็ตาม พอสรุปได้ดังนี้

  1. มีอายุการสร้างที่ยาวนานนับพันปี
  2. ฤาษีเป็นผู้สร้าง
  3. สร้างถวายผู้ครองนครและเพื่อป้องกันนคร
  4. มีมวลสารที่สำคัญ (ตามตำนาน) ว่าน ดิน เกสร แร่ธาตุต่าง ๆ
ตำนานพระรอด ยอดเพชรน้ำเอกแห่งเมืองหริภุญชัย

การค้นพบพระรอด

การค้นพบพระรอดครั้งแรกนั้น มีขึ้นในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 อย่างไรก็ตามจากบันทึกของทางวัดมหาวัน ได้ระบุไว้ว่า ในปี พ.ศ. 2435 พระเจดีย์ที่วัดมหาวันได้ชำรุดและพังทลายลงบางส่วน ซึ่งตรงกับสมัยของเจ้าหลวงเหมพินทุไพจิตร เป็นเจ้าผู้ครองนครประเทศราชลำพูน
ทางวัดมหาวันจึงได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์พระเจดีย์ ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการค้นพบพระรอดเป็นจำนวนมากที่สุด และได้นำเข้าบรรจุเข้าไว้ในองค์พระเจดีย์ตามเดิม

เมื่อปี พ.ศ. 2451 ฐานของพระเจดีย์วัดมหาวันได้ชำรุดลงอีก ทางวัดก็ได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์ ก็ปรากฏว่าพบพระรอดที่บรรจุไว้ในปี พ.ศ.2435 จึงได้นำออกมาแจกจ่ายแก่ข้าราชการ และผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนั้น พระรอดได้ที่พบในครั้งนั้น เรียกว่า “พระรอดกรุเก่า”

ต่อมาปี พ.ศ. 2498 ได้มีการขุดพบพระรอดในบริเวณหน้าวัดมหาวัน และใต้ถุนกุฎิพระ ในครั้งนี้ได้พบพระรอดจำนวนมากเกือบ 300 องค์ เรียกว่า “พระรอดกรุใหม่รุ่นแรก” และต่อมาในปี พ.ศ. 2506 ทางวัดมหาวันได้ทำการรื้อพื้นอุโบสถเพื่อบูรณะปฎิสังขรณ์ใหม่ ก็ได้พบพระรอดที่มีจำนวนมากกว่า 300 องค์ เรียกว่า “พระรอดกรุใหม่รุ่นสอง” และนับเป็นครั้งสุดท้ายที่ทางวัดมหาวันได้พบกรุพระรอดที่มีจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ได้มีผู้คนพยายามขุดหาพระรอดในบริเวณวัดมหาวันเรื่อยมาทุกซอกทุกมุม ก็มีการพบพระรอดบ้าง แต่เป็นจำนวนน้อย นาน ๆ จะเจอที

ทำไมจึงเรียกว่าพระรอด

เดิมทีที่มีการค้นพบยังไม่เรียกว่าพระรอด เรียกพระเนื้อดินเผา หรือ พระพิมพ์ชนิดดินเผา ต่อมาเมื่อมีการค้นพบพระพิมพ์นี้มากขึ้น ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จึงได้เรียกว่า พระรอด แต่ก็ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นคนเรียกก่อน แต่ก็มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับการที่มาของชื่อพระรอดดังนี้

  1. เรียกตามนามพระฤาษีผู้สร้างคือ พระฤาษี “นารทะ” หรือพระฤาษี “นารอด” (แต่ในตำนาน 3 ฉบับข้างบนที่ผมอ้างอิงจากเว็บไซต์วัดมหาวันไม่กล่าวถึงนามฤาษีนี้เลย หรือกล่าวไม่หมด หรือคือฤาษีตนเดียวกันกับสุกกทันตฤาษี ผมขอเวลารวบรวมข้อมูลดูอีกทีครับ)
  2. เรียกตามนามพระพุทธรูปศิลา องค์ที่ประดิษฐ์อยู่ในวิหาร วัดมหาวัน คนในพื้นที่เรียกว่า “แม่พระรอด” หรือ “พระรอดหลวง” ตำนานกล่าวว่าเป็นพระพุทธสิขีปฏิมา ที่พระนางจามเทวีได้อันเชิญมาจากกรุงละโว้ ชื่อนี้เรียกกันมาก่อนที่จะมีการค้นพบพระรอดเนื้อดินเสียอีก พระพุทธรูปองค์นี้ที่พื้นผนังมีกลุ่มโพธิ์ใบคล้ายรัศมี ปรากฏอยู่ด้านข้างทั้งสองด้าน
  3. ผู้ที่นำพระเครื่องนี้ไปสักการะบูชา ได้ประสบการณ์ในด้านแคล้วคลาดปลอดภัย จึงได้เรียกตามพุทธคุณ พระช่วยให้รอด หรือ พระรอด
  4. เนื่องจากพระพิมพ์นี้ เป็นพระเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์อื่น ๆ จึงได้เรียกว่าพระลอด ตามภาษาท้องถิ่น ต่อมาเพี้ยนมาเป็นพระรอด หรืออาจจะมีผู้ที่ต้องการเรียกชื่อให้เป็นมงคลขึ้น จึงเรียกว่า พระรอด เพื่อหวังพุทธคุณอยู่รอดปลอดภัยทั้งไปและกลับ

พระรอดแบ่งเป็น 5 พิมพ์

พุทธลักษณะทั่วไปของพระรอด คือเป็นพระพุทธรูปเนื้อดินขนาดเล็ก ปางมารวิชัย มีฐานและมีผ้านิสีทนะรองรับปูไว้บนฐาน พื้นหลังองค์พระมีลวดลายกระจัง ชาวเมืองเหนือเรียกลายนี้ว่า ใบโพธิ์ เหตุเพราะว่ากระจังนั้นดูคล้ายใบโพธิ์ มีกิ่งก้านไม่อยู่ในเรือนแก้ว พระพักตร์จะปรากฏพระเนตร (ตา) พระกรรณ (หู) ยาวลงมาเกือบจะจรดพระอังสะ (บ่าหรือไหล่) ทั้งสองข้าง ส่วนด้านหลังพระเครื่องพิมพ์นี้นั้นไม่มีลวดลายอะไรนอกจากรอยนิ้วมือ พระรอดแบ่งได้ 5 พิมพ์ ใหญ่ และยังมีพิมพ์แยกย่อยออกมาจาก 5 พิมพ์นี้อีกไม่น้อยกว่า 40 พิมพ์

  1. พระรอด พิมพ์ใหญ่
  2. พระรอด พิมพ์กลาง
  3. พระรอด พิมพ์เล็ก
  4. พระรอด พิมพ์ต้อ
  5. พระรอด พิมพ์ตื้น

(เรื่องพิมพ์พระรอดทั้ง 5 พิมพ์หลัก ๆ นี้เมื่อก่อนอาจจะเรียกอีกแบบหนึ่ง ต่อมาเพื่อให้เรียกง่ายขึ้น จำง่ายขึ้น จึงเรียกเป็น ใหญ่ เมื่อมีใหญ่ก็มี กลาง เล็ก ต้อ ตื้น ตามมา)

มวลสารในการสร้างพระรอด

พระรอดมหาวันนอกจากใช้ดินเหนียวเป็นหลักในการสร้างองค์พระแล้ว ยังมีส่วนผสมของมวลสารที่เป็นมงคลอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นต้นว่า

  1. โพรงเหล็กไหล (แร่ดอกมะขาม)
  2. ว่านคงกระพันชนิดต่าง ๆ
  3. พระธาตุชนิดต่าง ๆ
  4. อิฐกำแพงเก่าทั้งสี่มุมเมือง
  5. ดินตรงบริเวณเสาหลักเมือง
  6. ผงศาสตราวุธ (เพื่อเป็นกำลังใจและเป็นเคล็ดในข่มศัตรู)
  7. ผงตะไบพระโลหะ (แหล่งข้อมูลที่มาเขากล่าวอย่างนี้ ผมก็ไม่ทราบข้อมูลว่า ผงตะไบพระโลหะยุคไหน น่าจะเป็นยุคสมัยทวารวดี และน่าจะเป็นผงตะไบพระพุทธรูปมากกว่าพระพิมพ์เล็ก ๆ)
  8. เกสรดอกไม้ชนิดต่าง ๆ
  9. น้ำทิพย์จากดอยคำม้อ และสถานที่อื่น ๆ
  10. ดินเหนียวบริสุทธิ์จากใจกลางน้ำปิง (ดินจากบาดาล, สะดือแม่น้ำ)
  11. เหล็กไหล
  12. เหล็กไหลตาแรด
  13. เมฆพัด
  14. เหล็กน้ำพี้
  15. ข้าวตอกฤาษี
  16. ผงยาฤาษี
  17. แร่ดอกมะขาม (ชนิดเดียวกันกับข้อหนึ่งหรือเปล่า ?)
  18. ดินศิลาธิคุณ

ที่มา : http://www.prarod.com/บทความพระรอด/14/ประวัติพระรอด-/-ยุคพระรอด

สีของพระรอด

เว็บไซต์ พรรคคูวิบูลย์ศิลป์ ได้แบ่งพระรอดออกเป็น 6 สี ได้แก่

  1. พระรอด สีเขียว
  2. พระรอด สีพิกุล (สีเหลือง)
  3. พระรอด สีแดง
  4. พระรอด สีเขียวคราบเหลือง
  5. พระรอด สีเขียวคราบแดง
  6. พระรอด สีเขียวหินครก

เว็บไซต์ prakruang-thai ได้แบ่งพระรอดออกเป็น 5 สีหลัก ๆ ดังนี้

  1. พระรอด สีขาว
  2. พระรอด สีเขียว
  3. พระรอด สีเหลือง
  4. พระรอด สีแดง
  5. พระรอด สีดำ

พุทธคุณพระรอดตามสีต่าง ๆ

พระรอด สีขาว มีพุทธคุณในด้านก่อให้เกิดความรักเมตตา และแคล้วคลาดปลอดภัย
พระรอด สีเขียว มีพุทธคุณในการเดินป่า ป้องกันภูตผีปีศาจ และสัตว์ร้ายต่าง ๆ
พระรอด สีเหลือง มีพุทธคุณในทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ เด่นด้านค้าขาย
พระรอด สีดำ มีพุทธคุณในทางคงกระพัน ชาตรี มีกำลังใจในการต่อสู้

ที่มา :

www.watmahawan.com/index.php/2018-07-23-12-58-41
www.prakruang-thai.com/?cid=1459808
www.dopratae.com/บทความ/ประวัติ-พระรอด-กรุวัดมหาวัน-จ.ลำพูน/55/
www.xn--42ca0eel1adavbsp6me2ed93ae.com/pharod.php
www.prarod.com

อีกเว็บไซต์หนึ่งซึ่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพระรอดอย่างเจาะลึกซึ่งความรู้ผมไม่พอ จึงไม่ขอนำข้อมูลมา แต่ว่าขอแนะนำให้ท่านได้เข้าไปศึกษา http://travelpangsida.blogspot.com/2018/09/blog-post.html

อีกเว็บไซต์ที่คุณแทน ท่านพระจันทร์ได้กล่าวถึงตำนานพระรอดไว้

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/amulets/news_2768610