บทความพระพุทธศาสนา

วันสารทไทย หัวใจของการทำบุญอุทิศให้แก่เปตชน

16 กันยายน 2019 | ธรรมะคุ้มครอง
คำจบทำบุญ ตักบาตร
ทำบุญ ตักบาตร

     ณ บัดนี้  อาตมภาพ จักได้แสดงพระธรรมเทศนา ในปุญญกถา เพื่อเป็นเครื่องประดับประคับประคองฉลองศรัทธา  ประดับปัญาญาบารมี  เพิ่มกุศลบุญราศี  ของท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ผู้มาประชุมกัน   ณ  วัด……………….แห่งนี้  เนื่องในพิธีบําเพ็ญบุญในวันสารท ตามสมควรแก่เวลาสืบต่อไป

       วันสารทเป็นประเพณีที่เราปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน  เดิมทีนั้นเข้าใจว่ามาจากประเทศอินเดีย ต่อมาพระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้น พุทธศาสนิกชนจึงได้หันมาบำเพ็ญบุญในทางพระพุทธศาสนา  โดยไม่ทิ้งหลักในบุญกิริยาวัตถุสาม ทั้งได้ปฏิบัติตามพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นอริยสาวก  ที่ได้บำเพ็ญทานอุทิศแด่หมู่ญาติที่เป็นเปรต  ด้วยเหตุนี้ อุบาสกอุบาสิกาผู้ไม่ประมาท จึงได้มาร่วมกันทำบุญตักบาตร รักษาศีล  เจริญภาวนา เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าบุญ  เพื่ออุทิศหนุนให้หมู่ญาติของตนที่ได้ล่วงลับจากไป

     ใจความสำคัญในวันนี้ก็คือ มีบุคคลผู้ทำบุญ   มีวิธีการทำบุญ  มีการอุทิศส่วนบุญ  และมีการอนุโมทนาบุญ บุคคลผู้ทำบุญก็ได้แก่เราทั้งหลายที่ได้มาพร้อมกันในวันนี้  วิธีการทำบุญ ก็มีหลักใหญ่ ๆ อยู่ ได้แก่  ทาน ศีล  ภาวนา  เมื่อเกิดบุญขึ้น ก็ทำการอุทิศไปให้หมู่ญาติที่ล่วงลับจากไป  เพื่อที่ให้ท่านเหล่านั้นได้ทำการอนุโมทนา  หลายท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้  ได้ตระเตรียมงานตั้งแต่เมื่อวานหรือวันก่อนๆ ก็มี เช่น บางท่านได้จัดแจงสถานที่ มีการจัดโต๊ะ ปูเสื่อไว้  นี่ก็เหตุให้เกิดบุญขึ้นได้  เพราะได้ชื่อว่าบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม มีความเสียสละ   เมื่อเกิดบุญขึ้น เราก็สามารถอุทิศบุญที่ทำนี้ให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปได้ทันที  หรือบางคนเตรียมอาหารไว้  ได้ชักชวนเพื่อนๆ ตั้งแต่วันวาน บุญก็เกิดขึ้นตั้งแต่วันวาน ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน  ไม่ใช่เกิดบุญเพราะการให้ทาน เพราะการให้ทานยังไม่สำเร็จ  แต่เกิดขึ้นเพราะโสมนัสจิต  มีจิตยินดีในบุญ  มีความเคารพในบุญ มีความขวนขวายในกิจที่ชอบ มีความเห็นที่ถูกต้องในวิธีการทำบุญ  เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้  เมื่อบุญเกิดขึ้น เราก็อุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับได้เช่นกัน  อุทิศได้ทันที  ไม่ต้องรอถึงวันนี้

    ส่วนในวันนี้นั้น เราได้เข้ามาในวัด  ได้พบพระพุทธ ได้ฟังพระธรรม ได้กราบพระสงฆ์  มีจิตใจเลื่อมใสก็เกิดบุญเช่นกัน  อุทิศบุญได้อีกเช่นกัน  หรือได้ตักบาตร บุญก็เกิดขึ้นในขณะที่เราตักบาตรเสร็จทันที  ไม่ต้องรอพระยะถา สัพพี หรือสวดอิมินาก่อนถึงได้บุญ  และเราก็ควรอุทิศบุญนั้นให้หมู่ญาติหรือผู้ที่เราต้องการอุทิศให้ทันที เพื่อความไม่ประมาท เมื่อบุญเกิดขึ้นในขณะใด เราควรอุทิศบุญบอกบุญให้ผู้อื่น สัตว์อื่น เจ้ากรรมนายเวรก็ว่าไป ให้เขาได้อนุโมทนาบุญในขณะนั้น  ถามว่าในขณะพระให้พร เรานั่งประนมมือ เกิดบุญขึ้นไหม  ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน  เหตุเพราะมีจิตเลื่อมใส มีความนอบน้อมในพระรัตนตรัย  ต่างเหตุ ต่างการกระทำกัน

     การรักษาศีลก็เหมือนกัน  ศีลเกิดขึ้นทันทีในขณะที่เรามีเจตนางดเว้นจากข้อห้ามนั้น ๆ  เช่น มีคนชวนเราไปดื่มสุรา  หรือยื่นแก้วสุราให้เรา  เราไม่ดื่ม  ศีลก็เกิดขึ้นทันที  เรียกว่าสัมปัตตวิรัติ  คือการงดเว้นในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า  หรือถ้ากล่าวคำสมาทานศีลด้วยตนเอง กล่าวคำสมาทานกับพระสงฆ์ แล้วรักษาศีลเพราะเหตุที่ได้สมาทานนั้น อย่างนี้เรียกว่าสมาทานวิรัติ เมื่อมีศีล บุญก็เกิดขึ้นทันทีเหมือนกัน  เราสามารถอุทิศบุญนี้ได้อีกทันทีเช่นกัน  ในส่วนของการภาวนานั้น ท่านก็ว่าทำได้อย่างไม่ซับซ้อน แต่เราไม่ค่อยได้ทำกันเท่านั้นเอง  กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก สั้นยาวก็รู้ อย่างนี้ก็จัดเป็นภาวนา ทำได้ทุกที่ที่มีลมหายใจ  ไม่จำเป็นต้องทำในโบสถ์ที่มีราคาแพง หรือในมหาวิหารถึงจะเรียกว่าภาวนา  เมื่อมีการภาวนา บุญก็ย่อมเกิดขึ้น เราก็สามารถอุทิศบุญนี้ได้ทันทีเช่นกัน

ถวายสังฆทาน ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล
ถวายสังฆทาน ทำบุญ อุทิศส่วนกุศล

     ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีบุคคลผู้ทำบุญ  มีวิธีการทำบุญด้วยทาน ศีล ภาวนา มีการอุทิศบุญ ก็คือส่งบุญด้วยเจตนาของเรานี่แหล่ะ หาใช่ส่งบุญด้วยน้ำไม่  หาใช่ด้วยกลิ่นธูปควันเทียนไม่  หาใช่ด้วยการเผารายชื่อคนตายไปไม่  หรือเราอาจจะกล่าวว่า “ขอบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุข” แก่ใครเราก็อุทิศไป ที่นี้มากล่าวถึงผู้ที่เราอุทิศให้หรือญาติผู้ล่วงลับไป อาจจะมีข้อแม้อยู่บ้างเกี่ยวกับสถานที่ที่เกิดของเค้า หรือการเกิดเป็นอะไร อยู่ในสถานะไหนถึงจะได้รับอย่างเต็มที่  ว่ากันตามหลัก สัตว์โลกหรือคนเราตายแล้วเกิดทันที บางคนอาจจะบอกว่าเห็นเป็นวิญญาณ  เป็นผี เป็นเปรต  หรือสัมภเวสี จริงๆ แล้วนั่นแหล่ะถือว่าเกิดแล้ว  ตายปุ๊บเป็นเทวดา เป็นสัตว์นรก เป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือเป็นเปรตก็ถือว่าเกิดแล้ว เราก็อุทิศบุญให้ เพื่อให้เขาได้พ้นทุกข์ ได้ความสุข หรือเกิดในภพที่ดียิ่งกว่า หน้าที่เขาก็คือทำการอนุโมทนา  เขาจะได้บุญเพราะเหตุแห่งการอนุโมทนานั้น ที่เรียกว่าปัตตานุโมทนามัย บุญเกิดขึ้นเพราะการอนุโมทนา  ไม่ใช่ได้บุญจากการให้ทาน รักษาศีล หรือภาวนา  เพราะเขาไม่ได้ให้ทาน ไม่ได้รักษาศีลกับเรา  กล่าวก็คือบุญจะเกิดขึ้นต้องทำด้วยตนเอง แม้ผู้ล่วงลับจากไปก็ต้องทำด้วยตนเองโดยการอนุโมทนาจึงจะเกิดบุญแก่ตัวเขา นี่ก็เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง   ผู้รู้ท่านได้กล่าวไว้ว่าผู้ล่วงลับไปบางจำพวก ต้องรอให้ญาติเท่านั้นอุทิศให้ถึงได้รับส่วนบุญ ฟังดูเหมือนต้องคำสาป  เป็นการเข้าใจยากอยู่เหมือนในเรื่องการให้ผลของกรรม  อย่างเปรตที่เป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสาร  พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วหลายพระองค์  และเปรตเหล่านั้นก็เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์  แต่พระพุทธเจ้าก็ช่วยไม่ได้  ต้องรอพระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนบุญให้      ท้ายสุดนี้ อาตมภาพ ขอชักชวนญาติโยมทุกท่าน ที่ได้มาบำเพ็ญบุญในวันนี้  ทำจิตของตนให้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย น้อมระลึกถึงบุญที่ได้บำเพ็ญมา ด้วยการสละทรัพย์สิ่งของและเวลา ที่เรียกว่าทานมัย ด้วยการสำรวมระวังกายวาจา เรียกว่าสีลมัย ด้วยการเจริญสติปัญญา เรียกว่าภาวนามัย ด้วยการประพฤติสุภาพอ่อนน้อม ต่อบุคคลและสถานที่ที่ควรอ่อนน้อม เรียกว่าอปจายนมัย ด้วยการขวนขวายรับใช้ ให้บริการบำเพ็ญประโยชน์ เรียกไวยาวัจมัย ด้วยการให้คนอื่น สัตว์อื่นได้มีส่วนร่วมในส่วนบุญนี้ เรียกว่าปัตติทานมัย ด้วยการพลอยยินดีในการทำความดีของบุคคลอื่น เรียกว่าปัตตานุโมทนามัย ด้วยการฟังธรรมในขณะนี้  เรียกว่าธัมมัสสวนมัย  ด้วยการกล่าวธรรม แนะนำสิ่งที่ดีต่อกัน เรียกธัมมเทสนามัย ด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องเป็นสัมมาทิฎฐิ เรียกว่าทิฏฐชุกัมม์ รวมความคือบุญเกิดจาก ทาน ศีล ภาวนา แล้วอุทิศส่วนบุญนี้  ให้แก่ญาติผู้ล่วงลับจากไปและสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยการทำในใจว่า อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ , สุขิตา โหนตุ ญาตะโย , ขอส่วนบุญนี้จงเสร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า , ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข, ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ, จงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในบัดนี้, แลแห่งบุญทั้งหลายอื่นที่ข้าพเจ้าได้ทำแล้ว, คือชนเหล่าใดเป็นที่รักผู้มีคุณ มีมารดาและบิดาของข้าพเจ้าเป็นต้น ที่ข้าพเจ้าได้เห็นหรือแม้ไม่ได้เห็น,  และสัตว์ทั้งหลายอื่นที่เป็นกลาง, แลมีเวรกันตั้งอยู่ในโลก,  เกิดในภูมิสาม เกิดในกำเนิดสี่, มีขันธ์ห้า แลขันธ์หนึ่ง และขันธ์สี่,  ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยแลภพใหญ่,  สัตว์เหล่าใด ทราบการให้ส่วนบุญของข้าพเจ้าแล้ว, ขอสัตว์เหล่านั้นจงอนุโมทนาเองเถิด,  ก็สัตว์เหล่าใด ย่อมไม่ทราบการให้ส่วนบุญของข้าพเจ้านี้,  ขอเทพทั้งหลาย พึงแจ้งแก่สัตว์เหล่านั้น,  เพราะเหตุคืออนุโมทนาบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้ให้แล้ว,  ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่ามีเวร อยู่เป็นสุขเสมอเถิด, บรรลุถึงทางอันเกษมเถิด,   ขอความหวังอันดีงามของสัตว์เหล่านั้น จงสำเร็จเทอญ.

สวัสดียามเช้า พระคุ้มครอง