บทความพระพุทธศาสนา

ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐๐…ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์

4 ตุลาคม 2021 | ธรรมะคุ้มครอง
ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์
ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์

มีรัก ๑๐๐ ก็ทุกข์ ๑๐๐ ไม่มีรัก ไม่มีทุกข์

ครั้งหนึ่ง นางวิสาขา ร้องไห้มีหน้าเปื้อนด้วยน้ำตา มีผ้าเปียก ผมเปียกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ณ วัดบุพพาราม เมืองสาวัตถี

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะนางวิสาขา “วิสาขา เธอมาจากไหน จึงมีผ้าเปียก มีผมเปียก”

นางวิสาขาได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หลานรักของหม่อมฉันตายแล้ว เพราะฉะนั้น
หม่อมฉันจึงมีผ้าเปียกมีผมเปียก เจ้าค่ะ ฯ

พ . วิสาขา เธออยากมีบุตรหลานมากเท่าใด ?

วิ . ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เจริญ หม่อมฉันอยากมีมากมายเท่าจำนวนคนเมืองสาวัตถี เจ้าค่ะ ฯ

พ . วิสาขา คนในเมืองสาวัตถี มีคนตายไปเท่าไหร่ในแต่ละวัน ฯ

วิ . ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คนในเมืองสาวัตถี ตายวันละ ๑๐ คนบ้าง ๙ คนบ้าง ๘ คนบ้าง ๗ คนบ้าง ๖ คนบ้าง ๕ คนบ้าง ๔ คนบ้าง ๓ คนบ้าง ๒ คนบ้าง ๑ คนบ้าง ฯ

พ . วิสาขา ถ้าเช่นนั้น เธอก็ต้องร้องไห้มีหน้าเปื้อนด้วยน้ำตา มีผ้าเปียก ผมเปียกทุกวันสิ

วิ . ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ไม่เช่นนั้น เจ้าค่ะ พอแล้ว ไม่ไหวแล้วสำหรับบุตรหลานที่มากขนาดนั้น ฯ

พ . ดูกรนางวิสาขา
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙๐ ผู้นั้นก็มี ทุกข์ ๙๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๘๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๘๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๗๐ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๗๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๖๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๖๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๕๐ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๕๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๔๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๔๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๓๐ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๓๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๒๐ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๒๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑๐ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑๐
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๙ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๙
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๘ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๘
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๗ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๗
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๖ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๖
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๕ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๕
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๔ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๔
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๓ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๓
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๒ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๒
ผู้ใดมีสิ่งที่รัก ๑ ผู้นั้นก็มีทุกข์ ๑
ผู้ใดไม่มีสิ่งที่รัก ผู้นั้นก็ไม่มีทุกข์เรากล่าวว่า ผู้นั้นไม่มีความโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี ไม่มีอุปายาส ฯ

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว จึงได้ทรงเปล่งพระอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

ความโศกก็ดี ความร่ำไรก็ดี ความทุกข์ก็ดี
มากมายหลายอย่างนี้ มีอยู่ในโลก
เพราะอาศัยสัตว์ หรือสังขาร อันเป็นที่รัก
เมื่อไม่มีสัตว์หรือสังขาร อันเป็นที่รัก
ความโศก ความร่ำไรและความทุกข์เหล่านี้ ย่อมไม่มี
เพราะเหตุนั้นแล ผู้ใดไม่มีสัตว์หรือสังขาร
อันเป็นที่รักในโลกไหนๆ ผู้นั้นเป็นผู้มีความสุข
ปราศจากความโศก เพราะเหตุนั้น
ผู้ปรารถนาความไม่โศก อันปราศจากกิเลสดุจธุลี
ไม่พึงทำสัตว์หรือสังขารให้เป็นที่รัก ในโลกไหนๆ ฯ

ที่มา : วิสาขาสูตร

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต


ในบทสนทนา สำนวนอาจจะเข้าใจยากนิด นี่ผมปรับสำนวนเยอะแล้ว แต่เนื่องด้วยความรู้ของผม อาจจะสื่อออกมาให้เข้าใจยากหน่อย

ในการแปลพระไตรปิฎก-อรรถกถาภาษาบาลีต้องพยายามรักษาศัพท็เดิมไว้ เมื่อเทียบกับบาลีแล้วต้องรู้ว่าแปลมาจากคำไหน

สวัสดียามเช้า พระคุ้มครอง