บทความพระพุทธศาสนา

ก่อนซื้อของออนไลน์ เช็คอย่างไร ให้ถูกโกงน้อยที่สุด

16 พฤศจิกายน 2019 | Slide Shows, นานาสาระ
ก่อนซื้อของออนไลน์ เช็คอย่างไร ให้ถูกโกงน้อยที่สุด

บทความนี้ ผมเขียนขึ้นมาเนื่องจากผมได้ทำการซื้อของออนไลน์ เป็นสีผึ้งเบ็ด อ. หมอผี แล้วก็ถูกโกง โอนเงินแล้ว แต่ไม่ยอมส่งของ ไม่ยอมโอนเงินคืน คนขายอาจจะบอกว่าไม่หนี ไม่หลบ ไม่ไปไหน แต่ประเด็นไม่จ่าย ไม่ส่งของ ไม่โอนคืน ฉะนั้น ต่อให้นั่งกอดกันอยู่ แต่ถ้าสั่งซื้อของแล้วไม่ได้ของ ไม่คืนเงิน ก็คือโกงนั่นเองครับ

ก่อนซื้อของออนไลน์ ผ่าน Facebook

กล่าวถึงการซื้อของออนไลน์ผ่าน facebook ก่อนครับซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก ใครก็ลงขายได้ทันที ใคร ๆ ก็ซื้อได้ และเป็นแหล่งซื้อขายที่มีปัญหามากที่สุด ไม่ใช่ Facebook มีปัญหาแต่คนที่ใช้ คนที่ทำการขายหรือซื้อมีปัญหา ก็เป็นธรรมดาครับอะไร ที่ไหนมีคนใช้เยอะ ที่นั่น สิ่งนั้นก็ย่อมพบปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา

  1. ก่อนทำการซื้อ ให้ทำการเช็ค profile ของผู้ขายให้ดี เป็นต้นว่า ใช้ Facebook นานหรือยัง มีการเคลื่อนไหวบ่อยไหม ปิดซ่อนการเคลื่อนไหวของตนเองไหม ปิดซ่อนไม่ให้คนอื่นเห็นเพื่อนหรือคอมเมนต์ของตนเองไหม มีรูปเจ้าของ profile ไหม (อันนี้ก็ไม่แน่เสมอไปนะ เพราะบางคนอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องปิดภาพตนเองไว้ เกี่ยวกับหน้าที่การงานหรือการยอมรับของครอบครัว ฉะนั้น หากใครไม่โพสต์รูปตนเองบน profile ก็อย่าเพิ่งเหมาว่าไม่ดี หรือโกง) หากเขาขายสิ่งของประเภทไหน เขามีเพื่อนร่วมขายสินค้าประเภทนั้นกับเขาไหม เช่น เขาขายพระเครื่อง เขามีเพื่อนที่ขายพระเครื่องด้วยกันไหม ถ้าไม่มีลองส่งข้อความสอบถามเพื่อนเขาดู
  2. ปกติคนขายผ่าน Facebook เวลาเขาจะให้เราโอนเงิน เขาจะรูปบัตรประชาชน และบัญชีธนาคารมาให้เรา (ถ้าเป็นบัตรอื่น บัตรธนาคาร บัตรห้องสมุด บัตรทหาร ตำรวจ เราไม่รู้ และผมโดนโดงคนขายส่งบัตรทหารมาประกอบการโอนเงินแล้ว) เมื่อเราได้ข้อมูลเขามาแล้ว ให้ทำการตรวจดังนี้ ดูว่าชื่อในบัตรประชาชนตรงกับชื่อบัญชีธนาคารหรือไม่ ดูว่ารูปในบัตรประชาชนตรงกับรูปใน profile หรือไม่ นำข้อมูลทุกอย่างที่เข้าให้มา หรือที่รู้ ชื่อจริง นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบัญชี ชื่อ Facebook แม้แต่ชื่อสินค้าที่เขาขาย ค้นหาใน Google โดยการพิมพ์ค้นดูทีละอย่าง ๆ หากเขามีประวัติการโกงมา ต้องมีค้นโพสต์บ้างล่ะ การที่คนขายส่งรูปบัตรประชาชนให้เรา ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาจะไม่โกงนะครับ แต่ใช้เป็นหลักฐานในการโอนเงิน ในการซื้อขายเท่านั้น
  3. สอบถามเครเดตในกลุ่มดู หากไม่มีใครให้เครดิตคนขาย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาโกงหรือไม่ดีนะครับ เขาอาจจะยังไม่เคยขายให้ใครในกลุ่ม แก่หากมีใครถูกเขาโกง ก็จะมีคนดิสเครดิตเขาเอง หรือมาบอกว่าคนนี้เคยมีข่าวอย่างนั้นอย่างนี้ เคยซื้อของแล้วแต่ไม่ได้ของ
  4. นำราคาสินค้าที่เขาลงขาย ค้นเปรียบเทียบข้อมูลจาก google เพื่อดูว่าราคาแตกต่างจากที่อื่นหรือไม่ หากราคาสูงเกินไปเราก็ไม่ซื้อ หากต่ำเกินไป ก็พิจารณาดูสินค้าด้วย อาจจะเป็นของปลอมของเลียนแบบ หรือคนขายอาจจะไม่ส่งสินค้าให้เราก็ได้

หลังทำการซื้อของออนไลน์แล้ว

  1. เมื่อทำการโอนเงินแล้ว ให้เก็บหลักฐานในการซื้อขายไว้ทุกอย่าง ข้อความติดต่อการซื้อขาย แคปหน้าจอสินค้าที่เขาลงขายไว้ ข้อความผ่าน line หรือ facebook ให้แคปไว้ก่อนที่เขาจะยกเลิกข้อความ
  2. ขอ Tracking number หรือหมายเลขการส่งสินค้าจากเขา และทำการตรวจสอบออนไลน์เป็นระยะด้วย
  3. ถ้ากล่องพัสดุที่ได้รับมีความผิดปกติ กล่องแตก หรือสิ่งของที่ควรใส่กล่องแต่ผู้ส่งกลับใส่ซองส่งมา ถ้าถ่ายรูป หรือวิดีโอไว้ได้ก็ให้ถ่ายไว้ ถ่ายไว้ตั้งแต่รับจากพนักงานส่งของจนถึงเปิดพัสดุดู

เช่าพระเครื่องตามเว็บไซต์

เว็บไซต์พระเครื่องบางเว็บมีความเชื่อถือในระดับหนึ่ง เช่น เว็บไซต์ www.99wat.com จะให้สมาชิกที่ลงขายพระเครื่องทำการส่งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัญชีธนาคารเพื่อทำการยืนยันตัวตนกับทางเว็บไซต์ www.99wat.com นั่นหมายความว่าถ้าเราถูกหลอก ถูกโกงจากผู้ขายเราสามารถขอเอกสารจากทางเว็บไซต์ www.99wat.com ได้ ซึ่งเราต้องดูด้วยว่า คนขายคนไหนที่ได้ทำการยืนยันเอกสารแล้ว

ตามปกติแล้ว เมื่อเราซื้อของจากร้านบนเว็บไซต์ดังตัวอย่างนี้ คนขายจะไม่ส่งสำเนาบัตรให้เรา เพราะเขาถือว่าได้ส่งสำเนายืนยันตัวตนกับทางเว็บไซต์แล้ว ฉะนั้น การตรวจสอบของเราก็คือ นำชื่อร้าน ชื่อคนขาย หมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ ID LINE ค้นหาข้อมูลใน Google ดูประวัติของเขา หรือถ้ายังไม่มั่นใจอีก ก็ส่งไลน์ หรือโทรศัพท์ถามผู้ดูแลเว็บไซต์ก็ได้ครับ (ผู้ดูแลเว็บไซต์หรือเจ้าของเว็บไซต์ ไม่ใช่คนขายหรือเจ้าของร้านออนไลน์นะครับ)
แต่อย่างไรก็ตามการนำข้อมูลของเขาไปค้นหาใน google นั้น อาจจะเชื่อได้ไม่ 100 % นัก เราต้องดูผู้ให้ข้อมูลด้วย บางคนอาจจะนำชื่อหรือข้อมูลของคนอื่นไปกลั่นแกล้งให้เกิดความเสียหายก็มี