บทความพระพุทธศาสนา

ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า แล้วจะให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าได้อย่างไร

26 กันยายน 2021 | ธรรมะคุ้มครอง
ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า แล้วจะระลึกถึงพระพุทธเจ้าได้อย่างไร
ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า แล้วจะระลึกถึงพระพุทธเจ้าได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะสวดมนต์ภาวนา บริกรรมคาถาใด ๆ หรือการอาราธนาวัตถุมงคลเพื่อคุ้มครองกาย ครูอาจารย์ทั้งหลายจะกำชับว่า ให้ตั้ง นะโม 3 จบ ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูอาจารย์ หรือมิเช่นนั้นก็จะกล่าวเต็มว่า ๆ ให้ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า คุณของพระธรรมเจ้า คุณของพระสงฆเจ้า คุณของบิดามารดา คุณของครูอาจารย์ทั้งหลาย เป็นต้น

แต่ก็ยังมีศิษย์โง่อยู่จำนวนไม่น้อย (รวมถึงผมด้วย แต่ตอนนี้รู้แล้ว) ที่จะตั้งคำถามว่า บิดามารดา ครูอาจารย์นั้น เคยเห็นหน้า เคยพูดจาสนทนาด้วย บางท่านเห็นหน้าทุกวัน พอที่จะระลึกถึงได้ แต่พระพุทธเจ้า ไม่เห็นพระพักตร์ (หน้า) เลย ไม่เคยแม้กระทั้งฝันเห็น จะให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้า ได้อย่างไร

ในเรื่องนี้นั้น ผมเคยกราบเรียนถามครูอาจารย์ทั้งหลาย ท่านอธิบายว่า เราไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้าก็จริง เพราะเหตุว่าพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว แต่พระคุณของพระองค์นั้นยังอยู่ สิ่งที่ครูอาจารย์ให้เราระลึกถึงคือพระคุณของพระองค์ โดยอาศัยคุณลักษณะตามที่ท่านได้กล่าวไว้ ในบทพรรณนาเพื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆ์เจ้า ดังนี้

บทพุทธคุณ

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส และตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความเจริญ เป็นผู้จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้

บทธรรมคุณ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก, อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก, โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ

พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้พึงรู้ได้เฉพาะตน ดังนี้

บทสังฆคุณ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย, ปาหุเนยโย, ทักขิเนยโย, อัญชะลีกะระณิโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติตรงแล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่ บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ นั่นแหละพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านเป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

เป็นอันว่าสิ่งที่เราระลึกถึงนั้นคือพระคุณหรือคุณลักษณะของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่หากใครยังนึกไม่ออกว่าการนึกถึงคุณลักษณะของบุคคลที่เราไม่เคยเห็นหน้านั้นเป็นอย่างไร ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในทางลบจะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

สมมติว่าเราเดินเหยียบเปลือกกล้วยที่ใครไม่รู้ทิ้งไว้แล้วลื่นล้ม เราอาจจะนึกตำหนิหรือด่าคนที่ทิ้งเปลือกกล้วยว่า ทิ้งไม่รู้จักที่ ทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง เป็นคนมักง่าย กินเป็นแต่ทิ้งไม่เป็น ไม่มีการศึกษา พ่อแม่ไม่สั่งสอน ต่าง ๆ นานา เราไม่เคยเห็นหน้าเขา แต่เราตำหนิหรือนึกถึงคุณลักษณะ กิริยามารยาทของเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกความเป็นตัวตนของเขา

ในการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายบท แม้บทนมัสการพระพุทธเจ้า  นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ซึ่งแปลได้ดังนี้ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต “ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น” อะระหะโต “ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส” สัมมาสัมพุทธัสสะ “ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง” ก็เป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าเช่นกัน หรือคำว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ หากกล่าวด้วยความนอบน้อมเคารพบูชา ก็เป็นการระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เช่นกัน

สวัสดียามเช้า พระคุ้มครอง