บทความพระพุทธศาสนา

ตำนานผีกองกอย ผีดูดเลือดน่ากลัว ตามความเชื่อคนไทย

21 กันยายน 2020 | ตำนาน, เรื่องผี
ตำนานผีกองกอย ผีดูดเลือดน่ากลัว ตามความเชื่อคนไทย

ใครที่เคยเห็นดูผีดูดเลือดในภาพยนตร์ หรือในละครหลายๆ เรื่อง คงพอจะมองภาพออกว่า ผีดูดเลือดมีลักษณะอย่างไร และคงพอจะช่วยให้เทียบเคียงกับผีกองกอย ซึ่งเป็นผีดูดเลือดตามความเชื่อของคนไทยได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ผีกองกอยจะแตกต่างจากผีดูดเลือดที่หลายๆ คนเคยเห็นกันมา คือ ผีกองกอยจะดูดเลือดบริเวณเท้า ซึ่งนั่นทำให้ผีกองกอยมีลักษณะที่แตกต่างจากผีดูดเลือดทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และสำหรับตำนานของผีกองกอยนั้นก็มีการเล่าขานสืบต่อกันมายาวนาน ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณไปดูว่าผีชนิดนี้มีตำนานความเป็นมาอย่างไร และคนทั่วไปมีความเชื่อเกี่ยวกับผีกองกอยอย่างไรบ้าง

ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับผีกองกอย

ผีกองกอยเป็นผีพื้นบ้าน ที่อยู่ในความเชื่อของคนไทยมานาน ซึ่งมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีกองกอย ดังนี้

ลักษณะของผีกองกอย

ผีกองกอยเป็นผีป่า หรือ ผีไพรชนิดหนึ่ง ลักษณะรูปร่างจะเป็นผีที่มีขาข้างเดียว มีปากเป็นท่อเหมือนแมลงวัน เวลาจะเดินไปไหนจะต้องกระโดดไปด้วยขาข้างเดียว และจะส่งเสียงร้องว่ากองกอยๆ ซึ่งนี่อาจจะเป็นที่มาของชื่อ ผีกองกอยนั่นเอง คนโบราณเชื่อว่าผีกองกอยมีหน้าตาคล้ายลิงหรือค่าง ซึ่งมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกว่า ผีโป่ง ผีโป่งค่าง ผีโป่งขาม ผีโซเล่ ที่ใช้เรียกคนป่าพวกหนึ่ง ที่มีตัวดำ ผมหยิก อาศัยอยู่ในแหลมมลายู

ความเชื่อเกี่ยวกับผีกองกอย

ความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ เกี่ยวกับเรื่องผีกองกอยหรือผีโป่งนั้น จะเชื่อว่าเป็นค่างแก่ที่มีหน้าตาน่าเกลียด ไม่สามารถปีนต้นไม้ได้ ซึ่งมีคนบางกลุ่มเชื่อว่า เมื่อได้ดื่มเลือดค่าง จะทำให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพัน และเชื่อว่าเจ้าย่องตอด ในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี ก็คือ ผีกองกอย นอกจากนั้นยังเชื่ออีกว่า ผีกองกอยจะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนที่ไปพักค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันไม่ให้ผีกองกอยดูดเลือดก็คือ การนอนไขว้ขาหรือเอาเท้าทั้งสองข้างชิดกัน และห้ามให้ปลายเท้าออกนอกเต๊นท์นอนเด็ดขาด

เมื่อหลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ ต้องเจอกับผีกองกอย

ในอดีตเมื่อหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินธุดงค์เข้าไปในป่าดิบทึบในแขวงคำม่วน ประเทศลาว พร้อมกับหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ในเวลากลางคืนได้เจอกับฝูงผีกองกอย ซึ่งผีกองกอยฝูงนี้จะมีอายุประมาณ 13 – 14 ปี รูปร่างผอมๆ แต่พุงป่อง ผิวคล้ำ ผมเผ้ารุงรัง จมูกบี้แบน มีอาวุธถือมาในมือคล้ายหน้าไม้หรือธนูอันเล็กๆ และจะส่งเสียงร้องก๋อยๆ พวกมันพยายามจะเข้ามาทำร้ายท่านทั้งสอง แต่ด้วยอภิญญาฌาณ พวกผีกองกอยจึงไม่สามารถทำร้ายท่านทั้งสองได้

เมื่อถึงรุ่งเช้า ผีกองกอยฝูงนั้นก็ยอมแพ้และขอขมาท่าน รวมทั้งได้นิมนต์ท่านทั้งสองไปยังที่อยู่ของตัวเอง ซึ่งเมื่อไปถึงหลวงปู่แหวนและหลวงปู่ตื้อ ก็พบว่าแท้ที่จริงแล้วผีกองกอยฝูงนี้ คือคนป่าเผ่าข่าระแด ซึ่งมีพฤติกรรมล่าและฆ่ามนุษย์ที่ล่วงล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกเขาแล้วเอาเนื้อมากิน

วิบากชีวิตและห้วงแห่งกรรมหลังความตายของผีเปรต

ความเชื่อเรื่องผีกองกอยในแถบภาคเหนือ

ในแถบจังหวัดทางภาคเหนือ มีผีอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผีโป๊กกะโหล้ง ซึ่งเป็นผีโป่งชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายผีกองกอย คือ มีขาเดียว วิ่งเร็วเหมือนลมพัด แต่ผีพวกนี้จะไม่เคยดูดเลือดคนเดินป่า แต่ชอบการบังตาคนมากกว่า โดยพวกมันจะทำเสียงร้องที่เป็นลักษณะประจำตัวคือ โป๊กๆๆ กะโหล้ง โป๊กๆๆๆ กะโหล้ง อีกทั้งยังมีนิสัยประจำตัว คือ ชอบเลียนเสียงของคนที่ตะโกนเรียกกันในป่า เพื่อตะโกนรับและล่อให้คนคนนั้นเดินทางห่างออกไปเรื่อยๆ จนหลงทาง คนเฒ่าคนแก่จึงบอกว่าเข้าป่าอย่าตะโกนเรียกกัน เพราะผีจะทำให้หลงป่าได้

ผีกองกอยกับความเชื่อของชาวภูไท

ชาวภูไท ในอำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร มีความเชื่อว่า ผีกองกอยเป็นผู้หญิงผมยาวแดง ใบหน้าเรียวแหลม รูปร่างเหมือนลิง แต่มีขนาดเล็กกว่าลิงหรือลิงลม รวมทั้งเชื่อว่าผีกองกอยเป็นผีที่มีครอบครัว อาศัยอยู่ตามโพรงถ้ำหรือโพรงไม้ ออกหากินโดยการจับปลาในลำห้วยและแม่น้ำ ชอบเดินถอยหลัง และพูดอะไรที่ตรงกันข้างกับความจริงเสมอ นอกจากนั้นยังเชื่อว่าผีกองกอย เป็นผีที่มีทรัพย์สมบัติมากมายอีกด้วย

ดังนั้น หากใครไปพบสมบัติกลางทางหรือในป่า โดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของห้ามเก็บมาเด็ดขาด เพราะอาจจะเป็นของผีกองกอย และเขาจะตามมาทวงของคืน โดยจะทำร้ายมนุษย์ด้วยการล้วงควักตับไตใส้พุง ออกมากินเป็นอาหารในเวลาหลับ ลักษณะเดียวกับผีปอบ โดยผู้ที่ถูกควักอวัยวะภายในออกไปกินนั้นจะเสียชีวิตแบบหลับปกติ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าการใหลตาย

การแพร่กระจายของความเชื่อเรื่องผีกองกอย

นอกจากความเชื่อเกี่ยวกับผีกองกอยที่มีในไทยแล้ว เรื่องนี้ยังแพร่กระจายอยู่ในประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น เรื่องของผีที่มีลักษณะคล้ายกัน กับผีกองกอยในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเชื่อว่ามีคนป่าเผ่าหนึ่ง มีขาข้างเดียว และไม่มีสบ้าหัวเข่า รวมถึงความเชื่อในประเทศจีน ว่ามีปีศาจตนหนึ่งอาศัยอยู่ตามภูเขา มีลักษณะขาเดียวเหมือนกัน ตัวเล็ก ตาโต หูแหลม มักขโมยอาหารหรือสิ่งของของคนเดินทาง

ครั้นเมื่อถึงวันตรุษก็จะเข้ามาอาละวาดในหมู่บ้าน เชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ หรือใครที่จับต้องตัวมันก็จะมีเรื่องโชคร้ายและเจ็บไข้ได้ป่วย รวมทั้งเรื่องเจียงซือผีดิบดูดเลือดของจีน ที่ปรากฎในวัฒนธรรมร่วมสมัยหลายประการก็มีลักษณะคล้ายผีกองกอยเช่นกัน จนบางครั้งถูกเรียกกันว่าผีกองกอยก็มี

ความเชื่อของชาวมาดากัสการ์

บนเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับทวีปแอฟริกา มีความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่อยู่ในป่า เรียกว่าคาลาโนโร่ มีความล้ายคลึงกับผีกองกอย เนื่องจากมีเท้าที่กลับหลังเหมือนผีกองกอย แต่ข้อแตกต่างคือเป็นสัตว์ที่ยืนด้วยสองขาเหมือนคน และมีขนเต็มตัวสำน้ำตาลแดง ไม่ใส่เสื้อผ้า อีกทั้งมีความสูงเพียง 3 ฟุต จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นผีกองกอย ตามความเชื่อและรูปแบบของมาดากัสการ์ก็ได้ เรื่องเล่าและเรื่องราวของผีกองกอยนั้น อาจจะมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงแค่เรื่องเล่า หรือจะเป็นความเชื่อของคนในแต่ละท้องถิ่นที่เล่าสืบต่อกันมาก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาไว้เป็นความรู้บ้าง เพื่อเวลาคับขันหากต้องเจอกับผีกองกอย หรืออะไรก็ตามที่มีลักษณะคล้ายผีกองกอยในป่า จะได้สามารถเอาชีวิตรอดกลับมากันได้