คนสมัยพุทธกาล เขาขอพรจากพระกันอย่างไร…..

เมื่อก่อน เขาขอพรจากพระกันอย่างไร
เมื่อก่อน เขาขอพรจากพระกันอย่างไร

พร มาจากคำว่า วร (อ่านว่า วะระ) แปลว่า ประเสริฐ, สิ่งที่ดี ๆ

การขอพร ความหมายในภาษาไทยที่คนทั่วไปเข้าใจกันหมายถึง ขอสิ่งดี ๆ ให้, อ้อนวอน, ร้องขอในสิ่งที่ดี. “ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

การขอพรในสมัยพุทธกาล คือการร้องขอในสิ่งที่ดีเช่นกัน แต่ต่างกันตรงที่สิ่งที่ดีนั้นหมายถึงความดีของผู้ขอเอง หมายความว่า การขอพร ก็คือการขอเพื่อให้ตนได้โอกาสทำความดี ซึ่งความดีที่ตนได้ทำนั่นแหล่ะคือสิ่งดี ๆ จากพร ดังเช่นนางวิสาขามหาอุบาสิกา ผู้ขอพร 8 ประการจากพระพุทธเจ้า

ครั้งหนึ่งสมัยพุทธกาล พระศาสดาประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี นางวิสาขาได้มาฟังธรรม แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก จึงได้ทูลอาราธนาพระศาสดาและหมู่พระภิกษุสงฆ์ไปฉันที่บ้านของนางในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันนั้น เกิดฝนตกครั้งใหญ่ ตกในทวีปทั้ง 4 พระศาสดาจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายสรงสนานกาย พระสงฆ์ทั้งหลายที่ไม่มีผ้าอาบน้ำฝนจึงออกมาสรงน้ำฝนโดยร่างเปลือยกายอยู่

เมื่อได้เวลาภัตตาหาร นางวิสาขามหาอุบสิกาจึงได้ส่งสาวใช้ไปกราบทูลอาราธนาพระศาสดาและนิมนต์ภิกษุมารับภัตตาหารที่บ้านของตน เมื่อนางทาสีไปถึงที่วัดเห็นภิกษุทั้งเปลื้องผ้าสรงสนานกาย ก็เข้าใจว่า ในอารามมีแต่พวกชีเปลือย (อาชีวกนอกพระพุทธศาสนา) ไม่มีภิกษุอยู่จึงกลับบ้าน ส่วนนางวิสาขานั้นเป็นสตรีที่ฉลาดรู้แจ้งในเหตุการณ์ทั้งปวง จึงได้ส่งสาวใช้ไปอีกครั้ง

เมื่อถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขในวันนั้นแล้ว นางจึงได้โอกาสอันควรทูลขอพร 8 ประการต่อพระศาสดา

พระศาสดาทรงอนุญาตพร 8 ประการคือ

  1. ขอถวายผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำ) แก่พระสงฆ์เพื่อปกปิดความเปลือยกาย (ผ้าวัสสิกสาฎก)
  2. ขอถวายภัตแต่พระอาคันตุกะ เนื่องจากพระอาคันตุกะไม่ชำนาญหนทาง (อาคันตุกภัต)
  3. ขอถวายคมิกภัตแก่พระผู้เตรียมตัวเดินทาง เพื่อจะได้ไม่พลัดจากหมู่เกวียน (คมิกภัต)
  4. ขอถวายคิลานภัตแก่พระอาพาธ เพื่อไม่ให้อาการอาพาธกำเริบ (คิลานภัต)
  5. ขอถวายภัตแก่พระผู้พยาบาลพระอาพาธ เพื่อให้ท่านนำคิลานภัตไปถวายพระอาพาธได้ตามเวลา และพระผู้พยาบาลจะได้ไม่อดอาหาร (คิลานุปัฏฐากภัต)
  6. ขอถวายคิลานเภสัชแก่พระอาพาธ เพื่อให้อาการอาพาธทุเลาลง (คิลานเภสัช)
  7. ขอถวายยาคูเป็นประจำแก่สงฆ์ (ยาคู คือข้าวต้มชนิดละเอียด)
  8. ขอถวายผ้าอุทกสาฎก ( ผ้าอุทกสาฎก ผ้าอาบน้ำใช้อาบน้ำได้ตลอดชีวิตสำหรับภิกษุณี) แก่ภิกษุณีสงฆ์เพื่อปกปิดความไม่งามและไม่ให้ถูกเย้ยยัน

โดยนางวิสาขาได้ให้เหตุผลการถวายผ้าอาบน้ำฝนว่า เพื่อให้ใช้ปกปิดความเปลือยกายในเวลาสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ที่ดูไม่งามดังกล่าว (ส่วนข้ออื่น ๆ นางก็ให้เหตุผลเช่นกัน) ดังนั้น นางวิสาขาจึงเป็นอุบาสิกาคนแรกที่ได้รับอนุญาตให้ถวายผ้าอาบน้ำฝน (วัสสิกสาฏก) แก่พระสงฆ์

ที่มา วันเข้าพรรษา

จะเห็นว่า การขอพรของอริยสาวกอริยสาวิกา หมายถึงการขอโอกาสในการทำความดี ทำในสิ่งที่ประเสริฐ ส่วนทุกวันนี้ การขอพรมักจะหมายถึงการขอในสิ่งที่ตนต้องการสิ่งที่ตนปรารถนาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนคิดว่าขอปากเปล่าเฉย ๆ อาจจะไม่มีกำลังพอ หรือไม่เป็นที่พอใจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงนำสิ่งของต่าง ๆ มาถวายก่อน เป็นต้นว่า ดอกไม้ ธูปเทียน ไข่ ขนม นม รูปปั้นตุ๊กตารูปสัตว์ต่าง ๆ หรือบางคนไม่ไว้ใจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าจะให้ในสิ่งที่ตนขอหรือไม่ (ไม่กล้าลงทุนถวายก่อน) จึงได้มีการบนบาน เช่น หากตนได้ตามที่ขอ ก็จะนำสิ่งนั้นสิ่งนี้มาถวาย