บทความพระพุทธศาสนา

ตำนานบั้งไฟพญานาค กับความเชื่อที่อยู่คู่ชาวอีสานมายาวนาน

1 ตุลาคม 2020 | ตำนาน
ตำนานบั้งไฟพญานาค กับความเชื่อที่อยู่คู่ชาวอีสานมายาวนาน

ภาคอีสาน ถือเป็นภาคที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและเรื่องราวอันเป็นตำนาน ที่ชาวบ้านสืบต่อกันมายาวนาน และหนึ่งในความเชื่อที่ยังคงถูกพูดถึง ณ ปัจจุบัน คงหนีไม่พ้น “ตำนานบั้งไฟพญานาค” เพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ อีกทั้งยังเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยากเกินอธิบาย ทำให้มีบรรดานักท่องเที่ยว และชาวบ้านต่างพามาชมความสวยงามของบั้งไฟพญานาคเป็นประจำทุกปี เราจึงนำเรื่องเล่าในตำนานของบั้งไฟพญานาค มาบอกกัน

ประวัติบั้งไฟพญานาคตามตำนาน

หากจะพูดถึงตำนานของบั้งไฟพญานาค ต้องย้อนกลับไปตามพุทธประวัติ เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสรู้ พระองค์ได้เผยแผ่ศาสนาไปทั่วชมพูทวีป พญานาคีผู้ยิ่งใหญ่ในสายน้ำได้เกิดความศรัทธา จึงได้จำแลงกายเป็นบุรุษเพื่อขอบวชกับพระพุทธเจ้า แต่ค่ำคืนหนึ่งพญานาคีเกิดเผลอหลับจึงแปลงกายกลับเป็นร่างเดิม เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบ จึงขอให้ลาสิกขา เนื่องจากเดรัจฉานไม่สามารถบวชได้ พญานาคียอมทำแต่โดยดี เพียงแค่ขอให้กุลบุตรที่จะบวชให้เรียกขานว่า “นาค” เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของพญานาค จากนั้นต่อมากุลบุตรที่ต้องการจะบวช จะถูกเรียกว่าพ่อนาค จากนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อกลับมาสู่โลก พญานาคี นาคเทวี และเหล่าบริวารจะจัดทำเครื่องบูชา อีกทั้งพ่นบั้งไฟถวาย จึงเป็นที่มาของ “บั้งไฟพญานาค” ตามความเชื่อของชาวบ้าน

ตำนานบั้งไฟพญานาค กับความเชื่อที่อยู่คู่ชาวอีสานมายาวนาน
ผู้คนจำนวนมากรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคบริเวณวัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ ในวันออกพรรษาปี 2563

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้

บั้งไฟพญานาค หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ที่ทุกวันนี้หลายคนยังหาคำตอบ ถึงการที่มีเปลวไฟพุ่งขึ้นมาจากน้ำ โดยมีลักษณะเป็นลูกไฟสีชมพู ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น และไม่มีควัน ลอยพุงขึ้นมาจากแม่น้ำโขง อีกทั้งพุ่งขึ้นตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร ลอยไปในอากาศประมาณ 50-150 เมตร เป็นระยะเวลาเกือบ 10 วินาที ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นปีละครั้ง และตรงกับช่วงวันออกพรรษา หรือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 อาจตรงกับวันแรม 1 ค่ำ หรือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของประเทศไทย

พบได้ในแถบจังหวัดภาคอีสานเท่านั้น

บั้งไฟพญานาค จะปรากฏขึ้นให้คนเห็นประมาณ 3-7 วัน และจะเกิดขึ้นในจังหวัดแถบภาคอีสาน อย่าง หนองคาย หน้าวัดไทย , บ้านน้ำเป อำเภอโพนพิสัย และวัดอาฮง อำเภอบึงกาฬ เป็นต้น จากปรากฏการณ์นี้มีนักวิทยาศาสตร์ และผู้ศึกษาหลายกลุ่ม พยายามอธิบายถึงที่มา ว่าอาจเกิดจากก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน หรือฟอสฟอรัส ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชและซากสัตว์ภายในแม่น้ำ และนี่คือตำนานบั้งไฟพญานาค กับปรากฏการณ์ความลึกลับที่น่าค้นหา และรอคอยให้คุณได้เข้าไปสัมผัสด้วยตาของตัวเอง ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเห็นบั้งไฟ ควรลองไปชมสักครั้งในชีวิต