ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ สัทธรรม 3 นี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่ไม่ขัดแย้งกัน

ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ สัทธรรมทั้ง 3 นี้ย่อมสอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้งกัน
ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ สัทธรรมทั้ง 3 นี้ย่อมสอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้งกัน

สัทธรรม 3

  1. ปริยัติสัทธรรม สัทธรรมคือสิ่งที่พึงเล่าเรียนได้ ได้แก่ พุทธพจน์
  2. ปฏิปัตติสัทธรรม สัทธรรมคือปฏิปทาอันจะต้องปฏิบัติ ได้แก่ อัฏฐังคิกมรรค หรือไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
  3. ปฏิเวธสัทธรรม สัทธรรมคือผลอันจะพึงเข้าถึงหรือบรรลุด้วยการปฏิบัติ ได้แก่ มรรค ผล และนิพพาน

ท่านกล่าวว่า ปริยัติที่ถูกต้อง ย่อมนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง การปฏิบัติที่ถูกต้อง ย่อมนำไปสู่ปฏิเวธที่ถูกต้อง สอดคล้องกันไปไม่ขัดแย้งกัน

ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เหมือนเราไปสั่งส้มตำที่ร้าน เมื่อแม่ค้ายกจานส้มตำมาวางไว้ข้างหน้า เราถามแม่ค้าว่า ส้มตำนี้เผ็ดไหม คำตอบที่ได้คือเผ็ด การถาม การฟัง เช่นนี้คือการเรียนรู้เปรียบเหมือนปริยัติ

เมื่อเราหยิบส้มตำใส่เข้าไปในปากเคี้ยวกินลงไป ก็คือการปฏิบัติ

เรารู้สึกร้อนที่ลิ้น หน้าแดง น้ำตาไหล เป็นอาการของคนเผ็ด เปรียบเหมือนปฏิเวธ

แม้การฟังเป็นการเรียนรู้ ไม่ใช่การกินคือไม่ใช่ปฏิบัติ การกินเองก็ไม่ใช่ความเผ็ด แต่ทั้งหมดสอดคล้องกัน ส่งต่อกัน ไม่ขัดแย้งกัน การได้ฟังมาบอกว่าเผ็ด กินลงไปแล้วก็เผ็ดตามที่ได้ฟังมาจริง ๆ ไม่ขัดแย้งกัน แต่มันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน